Register Login
มหามนตรา

บัญญัติ 5 ประการเพื่อใช้เครื่องรางของขลัง


จากประสบการณ์ที่ผมได้รับความเมตตาจากคณาจารย์ทั้งพระภิกษุ และฆราวาสที่ท่านสั่งสอนมานั้น  ผมพอสรุปใจความเพื่อนำมาใช้เป็นข้อคิดเพื่อเป็นแนวทางในการนำเครื่องรางของขลังเพื่ออธิษฐานจิตให้ใช้งานได้สัมฤทธิ์ผล  ต้องมีองค์ประกอบดังนี้


 


1.       เครื่องรางของขลังต้องได้รับการปลุกเสกจริง จากผู้ปลุกเสกที่มีกสิณจริง ตลอดวัตถุที่ใช้ทำมวลสารเป็นของอาถรรพ์จริงตามตำรับตำราที่ได้รับการถ่ายทอดมาหลายชั่วอายุคน


2.       ผู้ใช้เครื่องรางจะต้องตั้งจิตอธิษฐานใช้เครื่องรางของขลังให้ถึงพร้อมและถูกต้องตามตำราของผู้จัดสร้าง


3.       ผู้ใช้เครื่องรางจะต้องทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอย่างสม่ำเสมอ


4.       ผู้ใช้เครื่องรางจะต้องไม่ประพฤติชั่วร้ายหรือข้อห้ามของบูรพาจารย์


5.       บุคคลที่จะอยู่ภายใต้อำนาจอาถรรพ์ของเครื่องรางของขลัง  จะต้องมีบุญกรรมกับผู้ใช้มาก่อน


 


 โดยพื้นฐานการใช้ของอาถรรพณ์ก็คือบทความที่ยกมาให้อ่าน


แต่โดยเคล็ดลับแล้ว ขอให้รำลึกถึงครูบาอาจารย์ และนึกให้ครูบาอาจารย์มาช่วยเรา


เช่นเวลาใช้ของอาจารย์เม้ง ให้นึกถึงอาจารย์เม้ง แล้วแรงจากครูจะมาช่วยเรา


หรือเวลาที่มหามนตราทำของให้บูชา มหามนตราจะเสกให้จิตของมหามนตราลงฝังแน่นไปและกำกับให้จิตวิญญาณของมหามนตราอยู่ในของอาถรรพณ์ที่ให้ผู้คนบูชา เช่นการทำตะกรุด 9 โลกีย์ / โยนี 8 ทิศ ซึ่งจัดสร้างให้เฉพาะบุคคลและกำกับจิตของมหามนตราลงไป ยิ่งกว่านั้น ยังผสมเลือดของมหามนตราลงไปในน้ำมันที่ใช้หล่อเลี้ยงตะกรุดอีกด้วย เช่นนี้ย่อมส่งผลแรงให้คนที่บูชาได้รับแรงจากมหามนตราไปเฉพาะบุคคล


หรือในกรณีพรายช้างโขลงที่มีจิตวิญญาณของพ่อขุนแผน อาจารย์สยาก๊วย และอาจารย์เม้ง กำกับอยู่ ซึ่งตอนนี้ไม่มีให้บูชาแล้วก็เป็นตัวอย่างของอาถรรพณ์ที่มีจิตวิญญาณครูบาอาจารย์กำกับอยู่เต็มที่


ยังมีเคล็ดลับบางประการที่ไม่ใคร่จะมีใครทราบสักเท่าไร ก็คือ การทำให้ตัวเราเป็นคนขลังก่อน จึงจะใช้ของขลังได้ง่าย


หลักการเดียวกับการทำทาน ศีล ภาวนา แต่เราทำโดยการทำพิธีกรรมเสริมให้ตัวเรามีเสน่ห์ เปรียบเทียบกับการเล่นกล้ามให้แขนเรามีกล้ามเนื้อ ย่อมจะยกของหนักได้ง่ายกว่าคนที่ไม่เคยฝึกฝนกล้ามเนื้อ หากเราได้ทำพิธีกรรมกับตัวเราเช่น การลงนะหน้าทอง นะสาริกาลิ้นทอง การจารยันต์ เป็นต้น ก็จะทำให้ร่างกายของเราขลังและมีเสน่ห์โดยตัวเอง เมื่อเราใช้ของขลัง ก็จะใช้ง่าย เร็ว และ แรงกว่าคนธรรมดาครับ 


เจตนาและตัณหาก็สำคัญครับ


เจตนาที่ดีทำให้ใช้ของแรง คือไม่ได้ต้องการใช้เพื่อรังแกใครหรือมักโลภก็จะทำให้ใช้ของขึ้น


ตัณหา แปล ว่าความอยาก เราห้ามอยากให้เกิดปาฏิหารย์เด็ดขาด เพราะถ้าอยากเมื่อใด จะไม่สำเร็จทันที 


ไสยศาสตร์ ก็คือมายาศาสตร์ แปลว่า การลวง หรือการทำให้เรื่องไม่มีจริงให้เป็นจริงได้ โดยปาฏิหารย์นั้นเอง ดังนั้น เราต้องไม่ตั้งใจหรือเจตนากระทำจนเกินไป จนจิตใจเราพะว้าพะวัง เราต้องใช้ของหรือปฏิบัติตัวให้เฉยๆ เฉยเหมือนทองไม่รู้ร้อน แต่จิตใจแน่วแน่


ทำได้เช่นนี้ก็จะใช้ของแรง 

สรุปง่ายๆ อยากให้ลองปฏิบัติคือ


1. ทาน ศีล ภาวนา เป็นพื้นฐาน

2. หมั่นรำลึกถึงครูบาอาจารย์

3. มีเจตนาที่ดี

4. ทำพิธีกรรมเสริมเป็นครั้งคราว

5. ไม่มีความอยาก



สุดท้าย เลิกลังเลสงสัย และลงมือปฏิบัติทันที จักเห็นผลในไม่ช้าครับ ขอให้ประสบความสำเร็จ สงสัยอย่างไรเชิญปรึกษาได้เสมอ


ปรารถนาดี

ปฐมบท : ไสยศาสตร์มหามนตรา
...
บทที่ 1 จาก...นิติกรอนาคตไกล สู่...เส้นทางแห่งจอมไสยเวทย์
...
Leave a comment
Note: HTML is not translated!